คุณรู้สึกเบื่องานที่คุณทำอยู่บ้างมั้ยครับ?
มีความรู้สึกอยากลาออกมั๊ย?
แต่ก่อนอื่น ผมขอถามก่อนว่า.... 
งานที่คุณทำอยู่นี้เคยเป็นงานในฝันของคุณรึเปล่า?
หรือเป็นงานที่คุณทำเพียงแค่ต้องการเงินเดือน?
ถ้าเป็นอย่างหลัง......ลาออกเลยครับ แล้วไปทำงานที่คุณใฝ่ฝัน
แต่ถ้าเป็นอย่างแรก......คิดให้ดีนะครับ ใ
จเย็นๆ แล้วเดินมาทางนี้สิ
ผมมีอะไร.....อยากจะเล่าให้คุณฟัง.....

ผมรู้จักชายคนนึง ติดตามชีวิตเค้ามาพอสมควร
คนคนนี้มีชีวิตที่น่าสนใจครับ เค้าเรียนจบปริญญาตรีคหกรรมศาสตร์
ก่อนจบการศึกษา เค้าเคยบอกเพื่อนร่วมคณะของเขาว่า
"คอยดูนะ เราจะต้องเข้ารับราชการเป็นทหารให้ได้!!"
ซึ่งคณะที่เขาจบมา ต้องบอกว่ายากครับที่จะทำงานสายทหาร
อาจจะมีเปิดรับบ้างเป็นบางปี ปีละไม่กี่อัตรา
'ซึ่งหลายๆครั้งเขาก็ยังนำวุฒิม.6ไปสอบราชการทหารประทวน
โดยเขาเคยบอกกับทุกๆคนว่า
"ผมไม่สนใจเรื่องยศหรือตำแหน่งหรอก ขอแค่ผมได้เป็นทหารก็พอ"
แต่เส้นทางการสอบของเขาก็ไม่ได้ราบรื่นทหารบกที่เขาใฝ่ฝัน
เขาดั้นด้นสอบในทุกสนามที่เปิดสอบรับ 1 อัตรา 2 อัตรา เขาก็ไปสอบ
แม้แต่พนักงานราชการเขาก็ไปสอบ
เป็นเวลาเกือบ 10 ปี ที่เขาพยายามสอบเข้ารับราชการทหาร
 
ระหว่างที่เขาสอบไม่ผ่าน เขาทำอะไร?
บ้านเขาไม่ได้ร่ำรวย ขนาดจะนอนอยู่เฉยๆเพื่อรอสอบ
เขาไม่ได้มีญาติพี่น้องทำงานอยู่ในสายงานราชการเลย
ระหว่างที่สอบไม่ได้ เขาก็งานทำตามสายงานอาชีพที่ตัวเองเรียนจบมา
เรียนจบปริญญาตรีคหกรรมศาสตร์ งานแรกที่เขาได้ทำคือ
"พนักงานล้างจาน" โดยเหตุผลที่ว่า "ไม่มีประสบการณ์"
เขาทนทำงานไปเรื่อยๆ เปลี่ยนที่ทำงานไปเรื่อยๆเป็นปกติของงานเอกชน
จนเป็นเวลาเกือบ 10 ปี เขาได้เป็นถึง Sous Chef หรือรองหัวหน้าเชฟ
เงินเดือนที่ได้มากพอสมควร ที่จะมีชีวิตพอเพียงได้อย่างสุขสบาย
แต่เขาก็ยังคงไม่ลืมความฝัน ที่อยากจะรับราชการทหาร
ในที่สุด เขาก็สามารถสอบได้!
เป็น พนักงานราชการในกรมสรรพาวุธทหารบก เงินเดือน 9000 บาท
เขาลาออก...จากการเป็น Sous Chef เงินเดือนหลายหมื่น
เพื่อแลกกับความฝัน..........
เมื่อเข้าไปทำงานวันแรก รายงานตัวกับผู้อำนวยการ
สิ่งแรกที่ผู้อำนวยการ พูดกับเขาคือ
"ที่นี่ ไม่มีงานระดับปริญญาตรีให้ทำนะ ออกไปข้างนอกห้อง
แล้วไปหาลุงที่ชื่ออำนวย เขาจะมอบงานให้เธอทำ"
เขาออกมา หาลุงอำนวย สิ่งที่ลุงอำนวยมอบให้เขาคือ
ชุดพาลโรงไม้กวาดและไม้ถูพื้น งานที่ทำมีเพียง กวาดและถูพื้นเท่านั้น
เมื่อไปกวาดถูบน บก. ให้มองต่ำ ยศผู้พันผ่านมาให้ยืนหลบ
เขาทำงานอยู่ในนั้น นานถึง 6 เดือน
เหมือนฟ้ามีตา.......เขาฝันว่า มีคนมาบอกให้เขามาดอนเมือง
เพื่อสอบราชการ "ทหารอากาศ"ทหารอากาศ?
เขาไม่เคยคิดเลย ว่าจะมาสอบทหารอากาศ
ในการสอบปีแรกของทหารอากาศ เขาสอบติดตัวจริง
ได้ติดยศ "จ่าอากาศตรี" เขาดีใจมาก
ในที่สุด ความพยายามเกือบ 10 ปี ของเขาก็ประสบความสำเร็จ
เขาอาจจะเป็น จ่าอากาศตรีที่แก่ที่สุด ในกองทัพคนหนึ่ง
และถึงแม้มีคนแซวว่า "แค่บั้งเดียว ถอดออกเถอะว่ะ อายเค้า"
เขาไม่แคร์สิ่งนั้น และยังคงภูมิในความเป็นทหาร
หลายๆคนมองว่า เขา"โง่" "บ้า" ยอมทิ้งงานที่ทำมานาน
ยอมทิ้งเงินเดือนและตำแหน่งที่กำลังไปได้สวย เพื่อ"ทหาร"
 
หลังจากรับราชการ เขาเข้าไปทำงานด้วยหัวใจพองโต
ว่านี่แหละ คือความฝันที่เขาเลือกเดิน
จนมาวันหนึ่ง
วันที่อดีตในอาชีพของเขาถูกขุดขึ้นมา
มีผู้บังคับบัญชาหลายท่าน ได้รับรู้ถึงอาชีพเดิมของเขา
และหวังว่าจะเป็นประโยชน์ให้กับหน่วยงานและกองทัพ
การมี chef ที่มีประสบการณ์หลุดเข้ามาในกองทัพไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นได้บ่อยๆ...........
 
"มึงอยากเป็นนายทหารสัญญาบัตร(นายร้อย)มั้ย?"
คำพูดจากนายทหารชั้นผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง กระทบเข้าหูเขา
ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจ ทิ้งชีวิตราชการปกติ
มาร่วมสร้างสรรค์และใช้ความสามารถของตัวเองให้เกิดประโยชน์
ต่อหน่วยงานและกองทัพ.... 
เขาทำงานเลิกดึกยิ่งกว่าตอนเป็นเชฟและเข้างานเช้ายิ่งกว่าตอนเป็นเชฟ
เป็นเวลาปีกว่า แต่สุดท้าย.....เขาตัดสินใจ ลาออก!!!
 
เขาลาออกจากราชการทหาร!!!อาชีพที่เขาใฝ่ฝันมานานกว่า 10 ปี!!!!
ทำไม???เกิดคำถามขึ้นในใจหลายๆคน
เชื่อมั้ยครับ เขาออกจากราชการทหารเพียงแค่.........
"เขาน้อยใจผู้บังคับบัญชา"
แค่นั้นเอง!!!! บ้ารึเปล่า!!! ทุกคนต้องคิดอย่างนี้
เพียงแค่ ผู้บังคับบัญชาบอกกับเขาว่า....
"เรื่องมากนัก เดี๋ยวกูก็ไล่มึงไปนอนกับหมาข้างถนนเลย!!"
"เชฟหัว_วยอย่างมึง ไปทำงานที่ไหนใครเค้าจะรับวะ!!"
"มึงแม่งโง่ฉิบหาย ไปสอบนายหารก็ไม่บอกกู บอกกูมึงก็สอบได้ไปแล้ว"
(แต่เขาขออนุญาติไปสอบ เขาก็ให้ท่านเซ็นนะครับ)
แค่นั้นเองครับ ที่ทำให้เขาลาออก
 
ซึ่งจริงๆแล้ว คำพูดพวกนี้
มันเป็นเรื่องปกติของคนที่เรียนเตรียมทหาร
เวลาที่นักเรียนทหารหลายคนได้ฟัง พบว่ามันจิ๊บจ๊อยมาก
แต่ถ้าคนธรรมดาอย่างเราๆฟังจะรู้สึกว่า เออ แรงเนอะ!!

แล้วชีวิตหลังออกจากราชการเขาเป็นอย่างไร
เขาก็ไปเปิดธุรกิจส่วนตัว เล่นหุ้น ทำงาน ใช้วิตตามปกติ
ซึ่งดูเหมือนจะมีความสุขกาย สบายใจดี
แต่เชื่อมั้ยครับว่า.....แทบทุกคืน.....เขาฝัน
ว่าเขาเดินไปเข้าแถวทหาร.......เขายังคงทำงานทหาร.......
ทุกๆคืน ทำให้เขาตื่นขึ้นมาบางวัน ถึงกับเผลอนำชุดทหารมาใส่เพื่อจะไปทำงาน!!
เขาเลยตัดสินใจขายชุดทหารทิ้ง เพื่อตัดใจ
แต่ความฝันเหล่านั้น ก็ยังคงตามมากหลอกมาหลอนเขาอยู่ทุกคืน
จนเขารู้สึกสับสนในชีวิตตัวเองมาก
ใจหนึ่งก็อยากกลับไปรับราชการทหารอีกครั้ง
อีกใจหนึ่งชีวิตปกติเขาก็มีความสุขดีอยู่แล้วจะกลับไปลำบากอีกทำไม?
เหตุผลและอารมณ์ล้วนขัดแย้งกัน
จนในที่สุดเขาได้รับคำชี้แนะจากนายพลทหารบกท่านหนึ่ง
ท่านเป็นทหารสายนอก คือไม่ได้มาจากนักเรียนทหารแต่สามารถไต่เต้าได้จนเป็นนายพล 
และรู้จักเพื่อนที่เป็นเตรียมทหารมากมาย
ท่านแนะนำให้เขากลับไป กลับไปเป็นทหารเถอะ 
ท่านเข้าใจความรู้สึกนี้ เพราะท่านเคยเป็น
 
เพราะเหตุนั้นทำให้เขา ร้องขอกลับเข้าไปรับราชการอีกครั้ง
โดยที่ไม่อาจรู้ได้เลยว่า จะสามารถกลับเข้าไปได้อีกครั้งหรือไม่?
ถ้าไม่......เขาก็ยังคงไม่ยอมแพ้
เขาบอกว่า 
เขาจะสอบทหารบกหรือทหารเรือจนกว่าจะได้รับราชการอีกครั้ง
ถ้าได้......เขาก็จะได้กลับไปรับราชการทหารอากาศอีกครั้งหนึ่ง

เห็นไหมครับ? ทุกๆท่าน
การที่คนๆหนึ่งจะเลือกเดินทางในทางที่ตัวเองฝันได้นั้น ไม่ใชเรื่องง่าย
บางครั้ง อารมณ์ ความรู้สึกบางอย่าง มันตกกระทบใจเรา
อยากให้เราถามตัวเองให้ดี ว่าถ้าเราออกจากงานที่เราใฝ่ฝัน
เดินทางมาอย่างยากลำบากนั้น เราพร้อมมั้ย?เราจะสบายใจได้จริงหรือไม่?
ลองถามตัวเองดูให้ดีนะครับ จะได้ไม่ต้องเสียใจเหมือน
"ชายคนที่ผมเล่าให้คุณฟัง"

เพราะชีวิตทุกคนมีทางเลือกของตัวเองฺ
By PepTender